รู้นะว่าเอ็มวีลงตั้งแต่ 2 พฤษภาคม แต่ตั้งใจเก็บไว้ก่อนเพื่อเขียนรีวิวนี้ เพราะฉันอยากให้เสียงเพลงได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ให้งานภาพมาทำให้หันเหไปซะก่อน (ถึงแม้จะหล่อแค่ไหนก็เหอะ)

เคยพูดแล้วก็จะพูดอีก หนึ่งสิ่งที่ชอบเกี่ยวกับ SixTONES คือการประสานพลังของเสียงเพลง เมมเบอร์ทุกคนมีจุดเด่นที่ทำให้เพลงน่าสนใจ เมื่อพวกเขาได้มีโอกาสได้ร้องท่อนโซโล่ มันให้ความรู้สึกเหมือนเนื้อเพลงท่อนนั้นมันแต่งออกมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ทุกโน๊ตสื่อออกมาจากใจ แต่ถ้าเอาหกคนมารวมกันล่ะ? นี่แหละคือเสน่ห์ที่แท้จริง มันทั้งทรงพลัง สื่ออารมณ์ดี เป็นความกลมกลืนที่โดนใจผู้ฟังเต็ม ๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมวงนี้ถึงเป็นวงโปรดของฉันจากค่าย STARTO

「BOYZ」 ทำสิ่งที่ว่ามาแบบไร้ที่ติ

เพลงนี้ผสมผสานสไตล์กีตาร์ดิบ ๆ จังหวะเร้าใจอัดแน่นด้วยอะดรีนาลีน เต็มไปด้วยความเร็วและอารมณ์ที่ร้อนแรง ผสานพลังเสียงหนักแน่นของทั้งวงเข้าด้วยกัน เปรียบเสมือนการประกาศศึกให้กับทุกคนที่ต่อสู้เพื่อยืนหยัดบนโลกใบนี้ เป็นเพลงประกอบที่เหมาะมากสำหรับซีซั่นที่สองของอนิเมะชื่อดัง Windbreaker ที่สามารถรับชมได้แล้วอย่างเป็นทางการผ่าน Crunchyroll

นอกจาก 「BOYZ」 แล้ว ในเวอร์ชัน Regular Edition มีทั้งหมด 4 เพลง (รวมถึง 「BOYZ」เวอร์ชัน Instrumental)

「Kaishingeki (怪進撃)」
– เพลงนี้มีความหวานมากกว่าที่เคยได้สัมผัสจาก SixTONES แต่ให้อารมณ์แบบค่ำคืนยามดึกในหน้าร้อน ชอบมาก

「So What」
– เพลงแอมเธมชายแท้แบบจัดเต็ม ทั้งทะเล้นและสนุก แต่ยังมีความเซ็กซี่อันเป็นเอกลักษณ์ที่มีแต่ SixTONES เท่านั้นที่ทำได้ 

「バリア (BARRIER) -Sweet Retro Soul Remix-」
– ชอบที่ใส่รีมิกซ์เข้ามาในซิงเกิลด้วยแฮะ 「BARRIER」 คือรีมิกซ์ที่ฟังสนุกมาก

ในเวอร์ชัน Limited Edition มีเพลงโซโล่เพิ่มเข้ามาด้วย และนี่คือเพลงที่เมมเบอร์ทุกคนสามารถเปล่งประกายได้ด้วยตัวเอง ใน Limited Edition A มีมิวสิควิดีโอ 「BOYZ」, สารคดี  ‘Making of’ และเวอร์ชันแดนซ์แถมมาด้วย

「憧憬のアーチ (SHOUKEI NO ARCH)」 · HOKUTO MATSUMURA
– แปลตรง ๆ ได้ว่า “ซุ้มประตูแห่งการโหยหา” เพลงนี้ Hokuto นำเสนอแง่มุมของความฝัน การเฝ้ารอ และการเติบโต อารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นตลอดตั้งเพลงในรูปแบบของบีชร็อคมัน ๆ ที่ปล่อยให้เสียงร้องของเขาล่องลอยไปได้เหมือนลมทะเลยามเย็น ที่แม้จะอ่อนโยนแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

「にたものどうし (NITAMONODOUSHI)」 · YUGO KOCHI
– สำหรับ 「Kindred Spirits」 Kochi เล่าเรื่องของคนสองคนที่แม้ว่ามีความต่างและนิสัยในแบบของตัวเอง แต่ก็สามารถเข้ากันได้แบบคาดไม่ถึง ถ้าถามถึงงานเสียงก็ต้องบอกเลยว่ามีความหวาน  มีความเป็นเด็กผู้ชาย แฝงด้วยความโหยหาในระดับที่พอเหมาะ

「虹、僕 (NIJI.BOKU)」 · JESSE
–  「Rainbow, Me」 เพลงนี้แต่งโดย Jesse เอง เป็นเพลงที่ชวนให้นึกถึงตัวตนของเราเอง ความงามที่ไม่ยั่งยืน และการยึดมั่นอยู่กับความหวัง เป็นการสะท้อนความรู้สึกที่ไม่ซีเรียสจนเกินไป เพราะเสียงของเขามีความนุ่มนวล ชัดเจน และมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ ถ้าถามว่าเพลงไหนเก็บอารมณ์อัดใส่ขวดได้ก็ต้องเพลงนี้แหละ เป็นเหมือนเป็นเพื่อนปลอบใจในช่วงเวลานี้ของปีได้เป็นอย่างดีเลย!

Limited Edition B มาพร้อมกับสารคดี 「GOLD」 ถ้าใครยังไม่ได้ฟังต้องห้ามพลาดนะ ฉันว่านี่แหละคืออัลบั้มที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่ทำมา 

「Night rider」 · TAIGA KYOMOTO
– เพลงเปิดอนิเมะรอบดึกดี ๆ นี่เอง Taiga ใช้จังหวะที่หนักแน่นเปี่ยมด้วยพลังเพื่อพาเราออกเดินทางผ่านเมืองที่เต็มไปด้วยแสงนีออน จุดเด่นของเขาคือเสียงที่ใสกริ๊งและเต็มไปด้วยอารมณ์

「LIFE IS…」 · SHINTARO MORIMOTO
– โอเค บอกก่อนเลยนะว่าฉันขอลำเอียง แค่ Shintaro เอารายงานพยากรณ์อากาศ​มาใส่ทำนอง ฉันยังละลายเลย แต่ 「LIFE IS…」 นี่คือมีมากกว่าความติดหู เพราะนี่คือจดหมายรักที่อบอวลด้วยกลิ่นอายยุค 80 จ่าหน้าซองถึงช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตที่มักถูกมองข้ามไป ไม่ว่าจะการสะดุดนิ้วเท้าจนไปถึงความใจดีที่เราได้รับแบบไม่คาดคิด เพลงนี้ย้ำเตือนเราว่าทุกสิ่งมีความหมายหมด เสียงร้องสดใส ชัดเจน และมีเสน่ห์แบบไม่รู้จบ

– No Cap พูดจริง ๆ ไม่มีโกหก Tanaka ปล่อยของด้วยสไตล์ที่ผสมผสานร็อคกับแร็ป ตามสไตล์ของเขาแบบ 100% เลย 「No Cap」 มีความดิบเท่ มั่นใจในตัวเอง และจริงใจอย่างที่สุด เห็นได้จากท่อนแร็ปอย่าง “I don’t act for the clout” และ “Bands 目当てじゃねえ No Cap” (ไม่ได้ทำเพื่อเงิน —No Cap) เป็นการสื่อให้เห็นว่าความจริงใจสำคัญกว่าความรวย

สรุปได้สั้น ๆ ว่าซิงเกิลนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมา

★★★★★

เดี๋ยวมีคอนเทนต์ SixTONES มาอีกเรื่อยๆ… 

คอยติดตามด้วยนะ!