828 วัน ฉันรอมา 828 วันเพื่อช่วงเวลานี้ เรื่องราวทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2022 วันที่ฉันได้ข่าวว่า Travis Japan ยูนิตร้องและเต้นทั้งเจ็ดคน จะได้เดบิวต์เป็นครั้งแรกหลังจากที่พยายามอย่างหนักมาตั้งแต่ฟอร์มวงเมื่อปี 2012 นับตั้งแต่นั้นมา ฉันคอยติดตามพวกเขามาอย่างใกล้ชิด ทั้งไปคอนเสิร์ต รับหน้าที่เป็นผู้สัมภาษณ์วง และได้กระทบไหล่กับพวกเขาในงานต่าง ๆ เช่น งานพรมแดงรอบปฐมทัศน์เรื่อง Mufasa: The Lion King (ที่ Genta “G” Matsuda พากย์เสียงเป็น Taka หรือ Scar ในเวอร์ชันพากย์ญี่ปุ่น)

แต่ถึงแบบนั้น ทุกครั้งที่ได้เจอกัน ไม่ว่าจะเป็นงาน OC Japan Fair หรือที่ The El Rey Theatre ล้วนแล้วแต่อยู่ในอเมริกาทั้งหมด แม้ว่าในทุกครั้งจะได้ความรู้สึกดี ๆ กลับบ้านไป แต่ใจจริงฉันอยากไปดูพวกเขาแสดงที่ประเทศบ้านเกิดของตัวเอง ส่งเสียงเชียร์ร่วมกับแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่น ซึ่งในที่สุดความฝันก็เป็นจริงเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2025 ที่สนาม Yokohama Arena

ที่นี่จุคนได้กว่า 17,000 ที่นั่ง ซึ่ง ณ ตอนนั้นเต็มไปด้วยกลุ่มคนที่พกพลังมาเต็มที่ เมื่อเดินทางไปถึงก็เห็นพัดอุจิวะ โปสเตอร์ และแฟน ๆ ที่พยายามโชว์ความรักที่มีต่อโอชิ (推し) ของตัวเองอย่างเต็มที่ มีแฟนคลับคนหนึ่งพกพัดอุจิวะในธีม Chaka มาเพียบเลย อนุญาตให้ฉันได้เก็บภาพกลับมาด้วย คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดตัว VIIsual อัลบั้มที่สองของวง โปรดิวซ์โดย Kaito “Umi” Nakamura โดย VIIsual Concert Tour 2025 จะมีแฟน ๆ เข้าชมทั้งสิ้นกว่า 291,000 คน

ไปคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ มาแล้วก็เยอะ ไม่ว่าจะเป็น SixTONES และ Snow Man ใน Tokyo Dome ที่จุได้กว่า 55,000 คน แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ เพราะ Travis Japan คือวงที่พิเศษสำหรับฉัน การได้มาเห็นแฟน ๆ หลายพันคนรวมตัวกันเพื่อสนับสนุนพวกเขาทุกคนทำให้ฉันรู้สึกตื้นตันใจ เมื่อเดินมาถึงที่นั่งและมองไปรอบ ๆ ก็เห็นแท่งไฟหลากสีจนกลายเป็นทุ่งทะเลสีรุ้ง ความตื้นตันใจก็เพิ่มมากขึ้น

เมมเบอร์ขึ้นมาบนเวทีผ่านประตูกลและโชว์เท่ระเบิดอย่าง 「99 PERCENT」 (เพลงประกอบซีรีส์ปี 2023 ของ Matsuda The Date of Marriage) เป็นตัวเลขที่ทรงพลังและเป็นชอยส์ที่ดีสำหรับการเปิดคอนเสิร์ต

ไปต่อไม่รอช้ากับ 「Love Tag」 เพลงนี้คือแฟนเซอร์วิสมาเต็ม โดยเฉพาะจาก Genta และ Umi ที่ส่ายก้นและส่งจุ๊บให้แฟน ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน ตามมาด้วย 「Happy Groovy」 และซิงเกิลใหม่อย่าง 「Crazy Crazy」 มิวสิควิดีโอเพลงนี้มาในธีมแบบญี่ปุ่นจ๋า ของโปรดฉันเลย การแสดงสีหน้าของ Kaito “Chaka” Miyachika ในเอ็มวีคือคุ้มค่าทุกวินาที

Sweetest Tune」 คือเพลงถัดมา ใช้เป็นธีมประกอบซีรีส์โรแมนติกปี 2024 ของ Matsuda Tokyo Tower เพลงนี้ถือเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากเด็กหนุ่มที่ไปเที่ยวด้วยกันในตอนกลางวัน เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวที่คุณอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันในตอนกลางคืน

ตามมาด้วยเวอร์ชันรีมิกซ์เพลง  「Candy Kiss」 ซึ่งคล้ายกับโชว์ที่ The El Rey ได้แต่หวังให้เวอร์ชันนี้ลงในอัลบั้มหรือซิงเกิลในอนาคตด้วยเถอะ

หลังจากเปลี่ยนชุดมาเรียบร้อย พวกเขาก็กลับมาต่อกับ 「Whiskey and Tonic」 ที่แต่งโดย Matsukura Kaito เพลงเร่าร้อนที่เล่าเกี่ยวกับการเมารัก เปิดโอกาสให้หนุ่ม ๆ ได้จัดแฟนเซอร์วิสให้แฟน ๆ ชุดใหญ่ Matsuda ส่งจุ๊บให้แบบมือโปร อารมณ์เปลี่ยนเมื่อมาถึงเพลง 「fireflies」 เพลงโปรดของฉันจากอัลบั้มใหม่ในสไตล์เพลงร็อคอินดี้ยุค 90 เป็นเพลงหนึ่งที่เด่นมาก ๆ

ตามมาด้วยเพลง 「T.G.I Friday Night」 เพลงแอนเธมมันส์ ๆ รับหน้าร้อนที่ปล่อยช่วงงานไพรด์ ที่แอบสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการไม่แบ่งแยก เชิญชวนให้ทุกคน “ออกมาเต้นด้วยกัน”

แม้จะมีเฉพาะในเวอร์ชัน Family Club ของอัลบั้ม แต่เพลงยูนิตของ VIIsual ก็สนุกมากเหมือนกัน  「Trick! Trick!」 ของ Miyachika, Matsukura และ Ryuya ‘Shime’ Shimekake ที่เป็นเหมือนวิดีโอเกม เว้นแต่ว่าแทนที่จะช่วยเจ้าหญิง พวกเขาเล่นพังปราสาททิ้งซะงั้น ซึ่งก็โอเคนะ พวกเจ้าหญิงก็ไม่ใช่อะไรคนดีเลิศขนาดนั้น ฉันรู้จักนักข่าวคนนึงที่ยินดีย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นเพียงเพื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับศิลปินเพลงป็อปที่มีจังหวะตลกโปกฮา 「Warm it Up」 จาก Nakamura และ Matsuda คือแบบนั้นแต่ยกระดับไปอีกขั้น มีโชว์ความ heteroflexible หลายช็อตที่เย้ายวนและเร่าร้อน จนทำให้ทุกคนในคอนเสิร์ตต้องส่งเสียงกรี๊ดดังลั่น 

ก่อนเพลงยูนิตสุดท้ายจะเริ่ม เมมเบอร์ TJ ทุกคนปรากฏตัวบนเวทีพร้อมกันเพื่อโชว์เพลง 「Underdogs」 ที่แต่งโดย Noel Kawashima เมมเบอร์ในวง แอนเธมป็อปร็อคที่เป็นอัตชีวประวัติ เหมือนกับ Idol Filter (アイドルのフィルター) หนังสือเล่มใหม่ของที่เก็บรวบรวมเรียงความเอาไว้ โดยหนังสือเล่มนี้ปล่อยออกมาเมื่อช่วงต้นฤดูหนาวนี้เอง

DRIVIN’ ME CRAZY」, 「Dance With Me ~Lesson 1~n」 และ 「Party Up Like Crazy」 คือเพลงปิดท้ายครึ่งแรกของคอนเสิร์ตก่อนที่จะพักตัดเข้าสู่ช่วง MC เพื่อประกาศซิงเกิล Double A-Side (ที่ปล่อยในรูปแบบซีดี) 「Say I do / Tokyo Crazy Night」 ซึ่งจะถูกใช้ประกอบซีรีส์สองเรื่องใหม่ที่นำแสดงโดย Miyachika และ Matsukura นอกเหนือจากเพลงใหม่แล้ว เวอร์ชันซีดียังมีคอนเทนต์เบื้องหลังและวิดีโอพิเศษที่กระจายอยู่ในสี่เวอร์ชันแยก สามารถสั่งซื้อได้แล้วในร้านที่ขายภาพยนตร์และเพลงญี่ปุ่น รวมถึงที่ CD JAPAN!

นอกจากนี้ยังมีการประกาศเวิร์ลทัวร์ครั้งที่สอง แม้วันและสถานที่ยังไม่มีประกาศออกมาแน่ชัด แต่ขอพูดแทนในฐานะตัวแทนอเมริกานะ มาเหอะ พวกเราอยากได้ TJ มาฮีลใจก่อนเพื่อลุยกับชีวิตต่อไปในภายภาคหน้า

หลังจบช่วง MC ก็มาถึงเพลงยูนิตสุดท้ายของค่ำคืนนี้ 「Lonely Stars」 คือเพลงที่ Kawashima แต่งกับ Shizuya ‘Shizu’ Yoshizawa ซึ่งสะเทือนอารมณ์มากเพราะ Kawashima ในตอนนี้ต้องหยุดพักงานไอดอลเพื่อรักษาสุขภาพจิต ด้วยเหตุนี้ ท่อนของเขาจึงถูกขับร้องโดยเมมเบอร์ทั้งวง เพลงนี้ปิดท้ายด้วยรอยยิ้มของ Shizu (เจ้าตัวแสบ) และกล่าวขอบคุณคนดู

夢のHollywood (แปล: ฉันไปที่ฮอลลีวูด」 เข้าคู่กับเพลงใหม่ 「HBD (Happy Birthday)」 เอาจริง ๆ เพลงนี้ดีมาก ๆ แต่โดนแย่งซีนจาก 「Rush」 ที่แต่งโดย Matsuda และนำแสดงโดยเมมเบอร์ทุกคนที่ถกเสื้อขึ้น คนดูกรี๊ดลั่นเลย ตอนนั้นนั่งอยู่กับสื่อญี่ปุ่นเลยต้องเก็บอาการหน่อย เพิ่งรู้เหมือนกันว่าตัวเองก็มีความสามารถในการยับยั้งชั่งใจได้เหมือนกันนะ แค่ต้องนั่งข้าง ๆ สื่อญี่ปุ่นเท่านั้นเอง

ลีดซิงเกิลอย่างเป็นทางการของอัลบั้ม 「BO$$Y」 ให้ความรู้สึกวูบวาบ หนุ่ม ๆ มีทั้งความสนุกและเร่าร้อนที่ยิ่งทำให้ดูเป็นผู้ชายที่เราอยากอยู่ด้วยหลังพลบค่ำ ตามมาด้วย 「Thrill」 ที่พวกเขารักษาเอนเนอร์จี้ของความเป็นบอสใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็น “แดดดี้” อะไรทำนองนั้นเลย

กลับไปฟังเพลงฮิตสมัยก่อนกันบ้าง ต่อไปเป็นเพลง 「Moving Pieces」 เวอร์ชันรีมิกซ์ใหม่ที่ทำให้เวทีส่องสว่างด้วยสีสันสดใสเหมือนสายรุ้ง

LEVEL UP」 คือหนึ่งในเพลงที่ฉันคิดถึง Kawashima เข้าเต็ม ๆ เลย เพราะเมมเบอร์ทุกคนในวงพยายามทำให้เหมือนเขายังอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าเมมเบอร์หกคนก็สุดยอดแล้ว แต่ Noel คือคนที่เข้ามาเติมเต็มให้ผลงานนี้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าใครก็ต้องรอคอยการกลับมาเพื่อได้เห็นเขาโชว์เพลง 「Golden Girl」 อีกครั้ง 

ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง 「Okie Dokie」 และ 「Staying with you」 สองเพลงนี้คือเพลงที่มีความหมายมาก ๆ เพราะการที่ Kawashima หายไปทั้งคน ทั้งวงและแฟน ๆ ก็ต้องคิดถึงอยู่แล้ว นี่คือเพลงที่บอกเล่าเกี่ยวกับความหวังและคำสัญญา ที่บอกเราว่าอนาคตจะดีกว่าเดิม

ช่วง Encore ประกอบด้วยการเล่นเพลง 「Crazy Crazy」 ซ้ำอีกครั้ง กับซิงเกิลแรกของวง 「Just Dance!

ตามมาด้วย 「Keep on Smiling」 และ 「Fly Higher」 ที่ยกให้เมมเบอร์ทุกคนขึ้นไปอยู่ส่วนบนของอารีน่า ทำให้ฉันมีโอกาสได้เห็นทั้งหกคนแบบใกล้ชิดสุด ๆ เป็นเซอร์วิสพิเศษที่ศิลปินค่าย STARTO มักจะเอามาเสิร์ฟแฟน ๆ เสมอ

828 วัน ฉันรอมา 828 วันเพื่อช่วงเวลานี้ ได้เห็นเมมเบอร์ทุกคนแบบใกล้ชิด ได้บอกพวกเขาว่าตัวฉันภูมิใจมากแค่ไหนที่ได้เห็นผลงานและเส้นทางที่ต้องฝ่าฟันจนมาถึงจุดนี้ พวกเขาคือคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้ฉัน ในแบบที่ไม่สามารถตีความออกมาเป็นคำพูดได้ รักทั้งวงและเมมเบอร์ทุกคนเลย ปี 2025 นี้พวกเขาจะขนอะไรมาโชว์อีกนะ ชักจะรอไม่ไหวแล้วสิ

เดี๋ยวมีคอนเทนต์ Travis Japan มาอีกเพียบ…

คอยติดตามกันได้เลย!